ผู้บริหารโรงเรียน

นายณรงค์  ทารัตน์

โรงเรียนประจันตราษฎร์บำรุง

ประวัติโรงเรียน

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

ชื่อ Tab 1

ข้อความของคุณ

ชื่อ Tab 2

ข้อความของคุณ

 

   รูปหน้าจั่วมณฑปที่ประดิษฐ์ฐานรูปหล่อพระครูวิมลศีลาจารย์ ( หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต ) มีอักษรย่อ ป.บ. อยู่ตรงกลาง ออกแบบโดย นายบรรหาญ ทองเริ่ม

ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน

      โรงเรียนประจันตราษฎร์บำรุง ตั้งอยู่เลขที่ ๒๖๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี รหัสไปรษณีย์ ๒๕๑๓๐ 

          โทรศัพท์ ๐-๓๗๒๙-๑๗๗๗  โทรสาร ๐-๓๗๒๙-๑๔๖๖    

          E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

          Website : http://www.pbsc.ac.th

          สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          กระทรวงศึกษาธิการ

ประวัติโรงเรียน

ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ตามคำเรียกร้องของประชาชนโดยได้ร่วมกันอุทิศที่ดินสำหรับปลูกสร้างอาคารเรียน ปัจจุบันมีเนื้อที่ ๕๙ ไร่ ๔๐ ตารางวา

สถานที่เรียนแห่งแรกอาศัยศาลาการเปรียญวัดศรีประจันตคาม เป็นที่เรียนโดยความอนุเคราะห์ของ พระครูวิมลศีลาจารย์ (หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต) เจ้าอาวาสวัดศรีประจันตคาม ในขณะนั้น โดยมี นายแดง ดาวฉาย รักษาการแทนครูใหญ่ นายสวัสดิ์ วัฒนธรรมวิจารย์ ศึกษาธิการอำเภอประจันตคามเป็นครูใหญ่ มาจนถึงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงได้ย้ายมาเรียน ณ อาคารเรียนหลังที่ ๑ ของโรงเรียนในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖ 

 

    โรงเรียนประจันตราษฎร์บำรุง (ฟ้องด้วยภาพเมื่อในอดีต)     

พระครูวิมลศีลาจารย์

( หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต ) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีประจันตคาม

พระครูวิมลศีลาจารย์ (หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีประจันตคาม ตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี พระสงฆ์องค์ให้การอนุเคราะห์การศึกษาแก่กุลบุตร กุลธิดา โดยอนุเคราะห์ให้ใช้อาคารเรียนธรรมศึกษาของวัดศรีประจันตคาม ในการจัดการเรียนการสอน

พระครูวิมลศีลาจารย์ (หลวงพ่อเส็ง พุทธปาลิโต) เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ณ บ้านเมืองใหม่ ประจันตคาม บิดาชื่อ ขุนปราบพลการ (เคน) มารดาชื่อ นางทองสี ระวังป่า

 อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ณ วัดทัพช้าง (เมืองใหม่) โดยมีพระครูพิพัฒน์ปัจจันตเขต (สิงห์) เจ้าคณะแขวงปัจจันตคาม เป็นพระอุปัชฌาย์ได้การศึกษาพระธรรมวินัย ณ วัดแห่งนี้ ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ สอบนักธรรมชั้นเอกได้ จึงย้ายไปเป็นครูสอนพระปริยัติที่วัดท่าเรือ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสและเป็นพระปลัดวิมลฐานานุกรม ของ พระครูพิพัฒน์ปัจจันตเขต ในปีนั้น รวมทั้งเป็นพระอุปัชฌาย์และเจ้าคณะตำบลประจันตคาม ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็นอาจารย์ตรีทางเทศนา ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นองค์เผยแผ่ของอำเภอประจันตคาม ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี สมณศักดิ์ที่พระครูวิมลศีลาจารย์ ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดราษฏร์ศรัทธาธรรม (ท่าเรือ) ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดศรีประจันตคามหรือวัดประจันตคาม

มรณภาพ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2507 เวลา 20.15 และได้รับพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2508 สิริอายุรวม 67 ปี 47 พรรษ

**********************************************

จอมพล ป.พิบูลสงคราม

อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ ๓ ของไทย

( ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๔๐ – ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๗ )

        จอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศแปลก พิบูลสงคราม (๑๔ กรกฎาคม ๒๔๔๐  ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๗) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "จอมพล ป." เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีเวลาดำรงตำแหน่ง รวมกันมากที่สุดของไทย คือ ๑๔ ปี ๑๑ เดือน ๑๘ วัน รวม ๘ สมัย มีนโยบายที่สำคัญคือ การมุ่งมั่นพัฒนาประเทศไทย ให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยะประเทศ มีการปลุกระดมให้คนไทยรู้สึกรักชาติ โดยออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย "รัฐนิยม" หลายอย่าง ซึ่งบางอย่างได้ประกาศเป็นกฎหมายในภายหลัง หลายอย่างกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติ เช่น การรำวง ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ "ประเทศสยาม" เป็น "ประเทศไทย" และเป็นผู้เปลี่ยน "เพลงชาติไทย" มาเป็นเพลงที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

        คำขวัญที่รู้จักกันดีของนายกรัฐมนตรีผู้นี้คือ "เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย" หรือ "ท่านผู้นำไปไหนฉันไปด้วย" และ "ไทยอยู่คู่ฟ้า" ในสายตานักวิชาการประวัติศาสตร์การเมืองไทยส่วนหนึ่งเห็นว่า จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้เผด็จการทางทหารที่มีบทบาททางการเมืองสูง และให้ความสนใจกับความคิดที่ส่อไปในทางเชื้อชาตินิยมและการปลุกระดมความคลั่งชาติในบางครั้งของจอมพล ป. 

 

การประชุมเพื่อสร้างโรงเรียน “โรงเรียนมัธยมวิสามัญ"

          ในวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ เวลา ๑๔.๐๐ น. นายประเวศ วิริยารมภ์ (นายอำเภอประจันตคาม ในสมัยนั้น) ได้เชิญราษฎรในเขตหมู่ที่ ๒ ตลาดประจันตคาม เพื่อขอความเห็นในกรณีที่นายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้อนุมัติเงินจำนวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับการก่อสร้างโรงเรียนมัธยมวิสามัญขึ้นในอำเภอประจันตคาม โดยให้พิจารณาที่ดินที่จะใช้ในการก่อสร้างแปลงหนึ่งเป็นที่ดินแปลงที่จัดซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญสำหรับท่านนายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อครั้งนำหน่วยวัฒนธรรมเคลื่อนที่มาแสดงที่สนามหน้าโรงเรียนวัดศรีประจันตคาม และอีกแปลงเป็นที่ดินที่ซื้อจากเกาะทะลอกโดยให้ที่ประชุมได้มีการอภิปรายเสนอความเห็นประกอบ

ผลการประชุมส่วนใหญ่เห็นชอบให้ปลูกสร้างโรงเรียนในที่ดินแปลงที่จัดซื้อเพื่อมอบเป็บของขวัญท่านนายกรัฐมนตรี จอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยมีเสียงคัดค้านเพียงคนเดียว

นายสุพัฒน์ จันทรา ได้อภิปรายว่า “ข้าพเจ้าในนามแห่งกรรมการจัดหาเงินซื้อที่ดินเพื่อมอบเป็นของขวัญแก่ พณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เห็นว่าไม่สมควรที่จะไปปลูกสร้างที่อื่น การที่ข้าพเจ้าพร้อมด้วยอีกหลายท่าน ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในตลาดประจันตคาม และได้สัญญากับผู้ออกเงินว่าให้ จอมพล ป. ท่านสร้างโรงเรียนมัธยมปลาย ประชาชนในตลาดประจันตคามจึงให้ความร่วมมือเป็นอันดี เมื่อได้เงินงบประมาณมาแล้วก็จะโยกย้ายไปสร้างที่อื่นเช่นนี้ ข้าพเจ้าพวกกรรมการจัดหาเงินและประชาชนประมาณว่าเป็นกรรมการที่หลอกลวงประชาชน จึงเห็นว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง” 

                  นายมงคล บุญกระเตื้อง นายอาบ จันทรา และนายปรีดา จันทรา “ข้าพเจ้าผู้หนึ่งที่เป็นกรรมการไปดูที่ดิน ขอสนับสนุนนายสุพัฒน์ จันทรา ที่อภิปรายไปแล้ว ก่อนที่จะซื้อที่ดินแปลงนี้เราได้ปรึกษากันเป็นที่เห็นชอบกันแล้ว พร้อมด้วยศึกษาอำเภอก็เห็นชอบด้วยจึงได้ตกลงซื้อไว้แล้วจึงมอบให้แก่ ฯพณฯ จอมพล ป. เมื่อได้เงินงบประมาณมาแล้วก็โยกย้ายไปปลูกที่นั่นที่นี่ข้าพเจ้าจึงไม่เห็นชอบด้วยเห็นเป็นการไม่สมควรซึ่งควรจะปลูกในที่เดิม 

                                         

     

       นายสวัสดิ์ ศึกษาธิการอำเภอ อภิปรายว่าที่ดินทั้งสองแปลงนี้เห็นดีด้วยกันทั้งสองแปลงจึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาเอาจะเห็นสมควรอย่างไรแล้วแต่ที่ประชุมจะตกลงกัน

     นายอำนวย จิรัฐติเจริญ กล่าวว่า “ ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ควรจะย้ายไปสร้างที่เกาะทะลอกเป็นป่าฝังศพ ป่าช้าทางนี้ก็จะสร้างโรงเรียนจนไม่มีที่ฝังศพอยู่แล้ว ถ้าย้ายโรงเรียนไปสร้างที่นั่นก็เป็นการรุกป่าช้า และที่สาธารณะอีกแล้ว ต่อไปเราจะเอาซากศพไปกองไว้ที่ไหน จึงเห็นไม่ควรย้ายไปที่อื่นและขอให้พนักงานที่ดินอำเภอทำแผนที่เอาไว้เสียด้วย เพราะมีผู้กำลังจะลุกที่ดินสาธารณะอยู่แล้ว

 

นางสาวสุดาวัล ย่านเดิม มีความเห็นว่า “ควรสร้างโรงเรียนไว้ในที่ดินที่เราซื้อไว้ ข้าพเจ้าเห็นว่าการไปสร้างที่เกาะทะลอกเป็นการลุกป่าช้าอีก แต่อย่าลืมว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตายเมื่อตายแล้วจะเอาศพไปไว้ที่ไหนในเมื่อป่าช้าเป็นที่สร้างโรงเรียนไปเสียหมดทุกแห่ง จึงมีความเห็นว่าควรจะสร้างไว้ในที่ดินจอมพล ป.

 

        นายประเสริฐ นิ่มกร อภิปรายว่าถ้าไปสร้างที่เกาะทะลอก หากรัฐบาลให้เงินเราสร้าง ๒ - ๓ ล้าน เราก็ควรไปสร้างที่เกาะทะลอกนั่นแล้ว ก็ควรสร้างในที่ดินที่เราซื้อดีกว่า

เมื่ออภิปรายกันพอสมควรแล้วประธานในที่ประชุมขอให้ผู้มาประชุมลงมติว่าจะสร้างในที่ดิน จอมพล ป.พิบูลสงคราม หรือเกาะทะลอก ผลสรุปว่าให้สร้างในที่ดินที่ซื้อให้เป็นของขวัญ จอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยมีเสียงคัดค้านเพียง ๑ เสียง

        เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๐๐ เป็นการประชุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านประจำเดือน หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมได้นั่งฟังเทปอัดเสียง ที่อัดเสียงจากการอภิปรายเมื่อ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ เพื่อขอมติในการสร้างโรงเรียนมัธยมวิสามัญ ด้วยความสนใจซึ่งที่ประชุมในวันนั้นได้ลงมติเป็นเอกฉันท์แล้วว่า ให้สร้างในที่ดินที่ซื้อเป็นของขวัญแด่ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม"